news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

FITCH12 27ฟิทช์ คงอันดับเครดิต AIS ที่ ‘BBB+’/ ‘AA+(tha)’, AWN ที่ ‘AA+(tha)’

            ฟิทช์ เรทติ้งส์-ซิดนีย์/กรุงเทพฯ- 16 ตุลาคม 2561: บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating) และอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ (Long-Term Local-Currency Issuer Default Rating) ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของ AIS ที่ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ ‘F1+(tha)’ ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ที่ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพและอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิที่ ‘AA+(tha)’

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

                AIS และ AWN มีอันดับเครดิตเท่ากัน: อันดับเครดิตของ AWN เท่ากับอันดับเครดิตของ AIS โดยสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่าง AWN และ AIS ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Criteria) AIS ถือหุ้นทั้งหมดใน AWN ทำให้มีอำนาจควบคุมการดำเนินธุรกิจ และนโยบายด้านการเงิน และการลงทุนของ AWN    

     โดย AWN เป็นบริษัทที่มีความสำคัญต่อกลุ่ม โดยมีสัดส่วนรายได้ และกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า (EBITDAR) คิดเป็นร้อยละ 97 และ 85 ของกลุ่ม ตามลำดับ นอกจากนี้ AWN ยังมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อกลุ่ม AIS โดยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 2.1GHz และ 1.8GHz และ 900Mhz และเพิ่งชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1.8GHz เพิ่มเติมจำนวน 5MHz ในเดือนสิงหาคม 2561  

                รายได้เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของบริการด้านข้อมูล: ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ซึ่งรวมถึงรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง) ของ AIS จะเติบโตประมาณร้อยละ 5-6 ต่อปี ในปี 2561 และ 2562 (ครึ่งปีแรกของปี 2561 เติบโตร้อยละ 4.9) เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้บริการด้านข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และจำนวนผู้ใช้บริการบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้น

      ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเติบโตในระดับปานกลางที่ร้อยละ 3-4 ต่อปี ในปี 2561 เนื่องจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของการให้บริการที่ไม่ใช่เสียง จะถูกลดทอนโดยรายได้จากการให้บริการด้านเสียงที่ลดลง ในขณะที่รายได้จากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงน่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาอยู่ที่ 4 พันล้านในปี 2561 จาก 3 พันล้านบาท ในปี 2560 (ครึ่งปีแรกของปี 2561 มีรายได้ 2 พันล้านบาท)

                กำไรเติบโต: ฟิทช์คาดว่า EBITDAR ของ AIS จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาทในปี 2561 จาก 7.4 หมื่นล้านบาทในปี 2560 จากการเติบโตของรายได้ และอัตราส่วนกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า ต่อรายได้ (EBITDAR Margin) ของ AIS น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 47-48 ในปี 2561 และ 2562 เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐลดลง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาด (ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการให้ส่วนลดค่าเครื่อง) ต่อรายได้จากการให้บริการของ AIS ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ลดลง มาอยู่ที่ร้อยละ 6.6 จากร้อยละ 7.7 ในปี 2560 นอกจากนี้ EBITDAR Margin ของ AIS ยังได้รับผลบวกจากการปรับลดค่าธรรมเนียมในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation: USO) เป็นร้อยละ 2.5 ของรายได้ จากร้อยละ 3.75 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 เป็นต้นมา ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 EBITDA Margin ของ AIS ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 47.5 จากร้อยละ 46.6 ในปี 2560

                ความคล่องตัวในการรองรับการลงทุน: กระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow) ของ AIS น่าจะยังคงติดลบในปี 2561 แต่น่าจะปรับตัวเป็นบวกในปี 2562 (ปี 2560: ติดลบ 1.2 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการชำระค่าคลื่นความถี่ที่อยู่ในระดับต่ำในปี 2562   ประกอบด้วยเงินลงทุนด้านเครือข่ายของ AIS น่าจะปรับตัวลดลงในปี 2561 เนื่องจากบริษัทได้ผ่านช่วงการลงทุนสูงในการขยายเครือข่าย 3G และ 4G แล้ว เงินลงทุนด้านเครือข่ายน่าจะลดลงมาอยู่ที่ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี ในปี 2561 และ 2562 จาก 4.1-4.8 หมื่นล้านต่อปี ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ดังนั้นอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-Adjusted Net Leverage) ของ AIS น่าจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.6 เท่า ในปี 2561 จาก 1.7 เท่าในปี 2560 ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการรองรับหนี้สินที่เพิ่มโดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิต และความคล่องตัวด้านการเงินในการรองรับการลงทุนเพิ่มเติมเพิ่มขึ้น

                ผู้นำตลาด: AIS สามารถรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

        ฟิทช์คาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดตามรายได้จากการให้บริการให้อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 50 ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า (ครึ่งปีแรกของปี 2561: ร้อยละ 49) นอกจากนี้สถานะทางธุรกิจของ AIS ยังได้รับการสนับสนุนจากชื่อเสียงทางการค้าของบริษัทที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ครอบคลุมมากที่สุด

 

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป

      อันดับเครดิตของ AIS สะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง AIS มีอันดับเครดิตสูงกว่า DTAC เนื่องจาก DTAC มีขนาดรายได้ที่เล็กกว่า มีสถานะทางการตลาดที่ด้อยกว่า และมีอัตราส่วนกำไรต่อรายได้ที่ต่ำกว่า AIS อันดับเครดิตของ DTAC ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับจากอันดับเครดิต Standalone ของ DTAC เพื่อสะท้อนถึงความเกี่ยวเนื่องในระดับปานกลางระหว่าง DTAC กับ Telenor โดย Telenor มีอำนาจควบคุมคณะกรรมการและผู้บริหารของ DTAC

        อันดับเครดิตของ AIS อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ Telekom Malaysia Berhad หรือ TM ที่ ‘BBB+’ TM เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศมาเลเซีย TM มีสถานะทางธุรกิจที่ดีกว่า AIS จากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งและการแข่งขันที่ต่ำในตลาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม AIS มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับต่ำกว่า มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่า และ มี EBITDAR Margin ที่สูงกว่า

     อันดับเครดิตของ AIS สูงกว่าอันดับเครดิตของ PLDT Inc. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอันดับเครดิตที่ ‘BBB’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ AIS มีอัตราส่วนหนี้สินที่ระดับ 2 เท่า ซึ่งต่ำกว่า PLDT ซึ่งมีอัตราส่วนหนี้สินที่ระดับ 2.6-2.8 เท่าถึงแม้ว่า AIS จะมีบริการโทรคมนาคมที่กระจายตัวน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของ PLDT ได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสภาพการดำเนินธุรกิจ (Operating Environment) ในประเทศฟิลิปปินส์ ฟิทช์พิจารณา Operating Environment ของประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ที่ระดับ ‘bb’ โดยพิจารณาถึงลักษณะการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของบริษัท และระบบธรรมาภิบาล (Systematic Governance) ในประเทศฟิลิปปินส์ที่อยู่ในระดับต่ำ

 

สมมุติฐานที่สำคัญ

สมมุติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ

- รายได้จากการให้บริการเติบโตร้อยละ 4-6 ต่อปี ในปี 2561 และ 2562

- EBITDAR Margin ในปี 2561 และ 2562 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 47-48 (2560: ร้อยละ 45) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง และการปรับลดค่าธรรมเนียม USO

- เงินลงทุนในการขยายโครงข่ายอยู่ที่ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2561 และ 2562 (2560: 4.1 หมื่นล้านบาท)

- จ่ายเงินปันผลในอัตราร้อยละ 70 ของกำไร

 

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

AIS

ปัจจัยบวก

- บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวก

- EBITDAR Margin ของบริษัทสูงกว่าร้อยละ 45 อย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจัยลบ

- การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วน FFO- Adjusted Net Leverage สูงกว่า 2.0 เท่าอย่างต่อเนื่อง

- การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือกฎระเบียบของกิจการโทรคมนาคมที่ส่งผลในแง่ลบต่อบริษัท

 

AWN

ปัจจัยบวก

- การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตในแง่บวกของ AIS โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง AIS และ AWN ไม่อ่อนแอลง

 

ปัจจัยลบ

- การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของ AIS ในแง่ลบ

 

สภาพคล่อง

      สภาพคล่องที่บริหารจัดการได้: สภาพคล่องของ AIS อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ถึงแม้ว่ากระแสเงินสดสุทธิจะเป็นลบในปี 2561 โดยสภาพคล่องของ AIS ได้รับการสนับสนุนจากเงินสดจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งเพียงพอสำหรับชำระคืนหนี้ที่กำหนดชำระในปี 2561 จำนวน 9.3 พันล้านบาท นอกจากนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 บริษัทมีวงเงินกู้จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับกระแสเงินสดที่ติดลบในปี 2561

 

Fitch Affirms AIS at 'BBB+'/'AA+(tha)', AWN at 'AA+(tha)'

     Fitch Ratings-Sydney/Bangkok-16 October 2018: Fitch Ratings has affirmed Thailand-based telecommunications company Advanced Info Service Public Company Limited's (AIS) Long-Term Foreign- and Local-Currency Issuer Default Ratings (IDR) at 'BBB+' with a Stable Outlook. The agency has also affirmed AIS's National Long-Term Rating at 'AA+(tha)' with a Stable Outlook and National Short-Term Rating at 'F1+(tha)'. At the same time, Fitch has affirmed subsidiary Advanced Wireless Network Company Limited's (AWN) National Long-Term Rating at 'AA+(tha)' with a Stable Outlook, its National Short-Term Rating at 'F1+(tha)' and its national senior unsecured rating at 'AA+(tha)'.

 

KEY RATING DRIVERS

      AIS's and AWN's Ratings Equalised: AIS's and AWN's ratings are equalised, reflecting the strong links between the two companies, in line with Fitch's Parent and Subsidiary Rating Linkage criteria. AIS fully owns AWN, enabling it to control AWN's strategy, financial policy and investments. AWN is the main subsidiary within the group, accounting for 97% of group revenue and 85% of EBITDA in 2017. It is of strategic importance to its parent as the operator of AIS's licensed business. AWN was awarded 2.1GHz, 1.8GHz and 900MHz licences and won the auction for an additional 5MHz of 1.8GHz spectrum in August 2018.

     Data Supports Revenue Growth: Fitch expects AIS's service revenue, including mobile and fixed-broadband, to increase by around 5%-6% in 2018 and 2019 (1H18: 5%), supported by a continued rise in mobile-data usage and fixed-broadband subscribers. Mobile-service revenue is likely to increase by a moderate 3%-4% in 2018, as strong growth in non-voice services will be partly offset by lower voice revenue. We forecast fixed-broadband revenue to increase to around THB4 billion in 2018, from THB3 billion in 2017 (1H18: THB2 billion).

      Earning Improvement: Fitch expects AIS's operating EBITDAR to further improve in 2018 to around THB78 billion, from THB74 billion in 2017, led by revenue growth and margin improvement. The EBITDAR margin is likely to improve to 47%-48% in 2018 and 2019, supported by lower marketing expenses and regulatory costs. Marketing expense, including handset subsidies, as a percentage of AIS's service revenue fell to 6.6% in 1H18, from 7.7% in 2017. AIS's EBITDAR margin should also benefit from the cut in the universal service obligation fee in May 2017 to 2.50% of licence holders' service revenue, from 3.75%. AIS's EBITDAR margin improved to 47.5% in 1H18, from 46.6% in 2017.

     Flexibility to Support Investment: AIS's free cash flow (FCF) is likely to remain negative in 2018 (2017: negative THB12 billion), but could turn positive in 2019 due to lower spectrum payments and falling capex after AIS completes the major rollout phase of its 3G and 4G networks during the year. Network investment is likely to decrease to around THB25 billion-27 billion per annum in 2018 and 2019, compared with THB41 billion-48 billion per annum over the previous two years. This should see FFO adjusted net leverage improve to around 1.5x-1.6x in 2019, from 1.7x in 2017, to provide AIS with more rating headroom and financial flexibility to support additional investment.

    Leading Market Position: AIS has maintained its leading market position as Thailand's largest mobile-phone operator. Fitch believes AIS should be able to maintain its service-revenue market share of around 50% in the medium term (1H18: 49%). AIS benefits from economies of scale due to its large subscriber base as well as a strong brand and extensive network coverage.

 

DERIVATION SUMMARY

       AIS's credit profile is supported by its solid market position as Thailand's largest mobile phone operator and its conservative financial profile. AIS is rated higher than domestic peer, Total Access Communication Public Company Limited (DTAC), due to the latter's smaller size, weaker market position and lower profit margin. DTAC's 'BBB' ratings incorporate a one-notch uplift from linkages with its parent, Telenor ASA of Norway, which has strong board and management control of DTAC.

     AIS's ratings are at the same level as the 'BBB+' standalone credit profile of Malaysia's fixed-broadband operator, Telekom Malaysia Berhad (TM, A-/Negative). TM has a better business profile than AIS given its market dominance and benign competition in Malaysia's fixed-broadband market, but AIS has a stronger financial profile due to lower financial leverage, its larger size and wider EBITDAR margin.

      AIS is rated one notch above the Philippines' largest telecom operator, PLDT Inc. (BBB/Stable), due to its more conservative financial leverage of below 2.0x (PLDT: 2.6x-2.8x), offsetting its lack of product diversification. PLDT's ratings have also been somewhat affected by the country's moderate operating environment, which Fitch assesses at 'bb' based on its funding characteristics and weak systemic governance.

 

KEY ASSUMPTIONS

Fitch's Key Assumptions Within Our Rating Case for the Issuer

- Mid-single-digit service revenue growth in 2018 and 2019

- Operating EBITDAR margin improving to 47%-48% in 2018 and 2019 (2017: 45%) on lower handset subsidies and a cut in the universal service obligation fee

- THB25 billion-27 billion a year in network capex in 2018 and 2019 (2017: THB41 billion)

- 70% dividend payout ratio

 

RATING SENSITIVITIES

Advanced Info Service Public Company Limited

Developments that May, Individually or Collectively, Lead to Positive Rating Action

- Positive FCF and an operating EBITDAR margin above 45%, both on a sustained basis

Developments that May, Individually or Collectively, Lead to Negative Rating Action

- FFO adjusted net leverage above 2.0x for a sustained period

- Unfavourable regulatory changes

 

Advanced Wireless Network Company Limited

Developments that May, Individually or Collectively, Lead to Positive Rating Action

- Positive rating action on AIS, provided linkages between AIS and AWN do not weaken

Developments that May, Individually or Collectively, Lead to Negative Rating Action

- Negative rating action of AIS

 

LIQUIDITY

Adequate Liquidity: AIS's liquidity should be manageable even though FCF is likely to be negative in 2018. Its liquidity should be supported by a cash balance of THB10.7 billion at end-2017, sufficient to cover debt maturing in 2018 of THB9.3 billion. AIS has a committed loan facility of THB15 billion as of end-September 2018 to support the negative FCF.

Contact:

Primary Analyst

Steve Durose (International ratings)

Managing Director

+612 8256 0307

Fitch Australia Pty Ltd

Level 15, 77 King Street

Sydney NSW 2000

Obboon Thirachit (National ratings)

Director

+66 2 108 0159

Fitch Ratings (Thailand) Limited

Level 17, Park Ventures

57 Wireless Road, Lumpini, Patumwan

Bangkok 10330

Secondary Analyst

Obboon Thirachit (International ratings)

Director

+66 2 108 0159

Nichaya Seamanontaprinya (National ratings)

Associate Director

+66 2 108 0161

Committee Chairperson

Jeong Min Pak

Senior Director

+82 2 3278 8360