news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 11ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 'บ. ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี' ที่ 'BBB+' แนวโน้ม'Stable'

     ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'BBB+'ด้วยแนวโน้ม 'Stable' หรือ'คงที่' โดยอันดับเครดิตสะท้อนสถานะผู้นำของบริษัทในธุรกิจยางธรรมชาติ ประโยชน์จากการเป็นผู้ประกอบการยางธรรมชาติตั้งแต่ต้นน้ำถึงผลิตภัณฑ์ขั้นต้นของปลายน้ำ และประสบการณ์อันยาวนานของคณะผู้บริหารในธุรกิจ ทว่าความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากวัฏจักรและความผันผวนของราคายางธรรมชาติ รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศผู้นำเข้ายางธรรมชาติ

 

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ความแข็งแกร่งในการแข่งขันทางธุรกิจ

        บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันที่เกิดจากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำในธุรกิจแปรรูปและจำหน่ายยางธรรมชาติในตลาดโลก บริษัทมีเครือข่ายของแหล่งวัตถุดิบที่กว้างขวาง และมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเมื่อพิจารณาจากปริมาณส่งออกของยางธรรมชาติทั่วโลกอยู่ในช่วง 9%-12% ในช่วงปี 2556-2560 และเท่ากับ 10% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561

        บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติให้แก่ผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียง เช่น บริดจสโตนและกู๊ดเยียร์ เป็นต้น โดยมียอดส่งออกต่อปีคิดเป็น 80%-85% ของปริมาณขายยางธรรมชาติ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดส่งออกหลักยางธรรมชาติของบริษัทคือประเทศจีนซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 52%-58% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ส่วนประเทศอื่นในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น คิดเป็นประมาณ 28%-37% ของปริมาณส่งออก

 

กลยุทธ์ใหม่ซึ่งเน้นการทำกำไร

      อัตรากำไรของบริษัทค่อนข้างต่ำและผันผวนตามราคายางธรรมชาติและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริษัทสามารถลดความเสี่ยงจากผลกระทบด้านลบดังกล่าวได้บางส่วนโดยการทำสัญญาตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา (รวมการกลับรายการของค่าเผื่อสำหรับผลขาดทุนของสินค้าคงเหลือและกำไรหรือขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ราคายาง) เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 0.22%-3.57% ในช่วงปี 2556-2560 กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ระหว่าง 579-3,109 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน

      ตั้งแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมา บริษัทมีการใช้กลยุทธ์ใหม่ที่เน้นการทำกำไรจากสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เช่น ถุงมือยางและน้ำยางข้น เป็นต้น ดังนั้นอัตรากำไรของบริษัทจึงสูงขึ้นเป็น 6.75% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 อัตรากำไรที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลทำให้ EBITDA ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 2,534 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 จากเดิมที่ 1,228 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560

       ทริสเรทติ้ง เชื่อว่า อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นและคงอยู่ที่ระดับ 5%-6% ในระหว่างปี 2561-2564 นอกจากนี้ การเติบโตจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจโลกจะช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มของบริษัทเป็นไปในทิศทางบวก

 

โครงสร้างเงินทุนอยู่ในสถานะที่ยอมรับได้

      หนี้เงินกู้รวมของบริษัทอยู่ที่ 25,272 ล้านบาท ณ เดือนมิถุนายน 2561 ลดลงจากระดับ 32,306 ล้านบาท ณ เดือนธันวาคม 2560 ความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทปรับตัวลดลง และบริษัทไม่ได้มีการใช้เงินลงทุนจำนวนมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ระดับ 50.35% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 เมื่อเทียบกับ 47%-61% ในช่วงปี 2558-2560

       จากสมมติฐานของทริสเรทติ้ง คาดว่าค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนของบริษัทจะอยู่ในช่วงค่อนข้างกว้างตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2564 ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนของบริษัทจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 800 ล้านบาท ถึง 2,700 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2561-2564 โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปยางแท่งและโรงงานผลิตถุงมือยาง

       ทั้งนี้ ระดับภาระหนี้ของบริษัทที่ปรับตัวลดลงและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ราคายางจะส่งผลกระทบทำให้เงินสดส่วนเกินที่รองรับการชำระหนี้ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในช่วงปี 2561-2564 คาดว่าอัตราส่วน EBITDA ต่อดอกเบี้ยจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 4.0-5.0 เท่า เมื่อเทียบกับ 0.8-2.8 เท่า ในปี 2558-2560 นอกจากนี้ คาดว่าอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมจะปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 10.5%-12.5% ในช่วงปี 2561-2564 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 0.4%-8.1% ในช่วงปี 2558-2560

 

สภาพคล่องที่เพียงพอ

       สภาพคล่องของบริษัทยังคงเพียงพอในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยเกือบ 60% ของหนี้เงินกู้รวมของบริษัท หรือ 14,349 ล้านบาทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมสำหรับสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือของผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและอยู่ในความต้องการของตลาด สามารถขายเพื่อนำมาชำระหนี้ของบริษัทได้

      บริษัทมีเงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระภายในปี 2562-2564 เท่ากับ 1,200-3,000 ล้านบาทต่อปี บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 3,223 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 นอกจากนี้ บริษัทยังมีวงเงินทุนหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกมากกว่า 20,000 ล้านบาทจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งซึ่งสามารถช่วยให้บริษัทจัดการภาระหนี้ที่จะครบกำหนดได้ จากสมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่า EBITDA ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,000-4,500 ล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2561-2564 ตามกลยุทธ์ในการขายแบบเลือกสรรและการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ดีขึ้น

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

       แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable'หรือ 'คงที่'สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติได้เนื่องจากบริษัทปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ซึ่งเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะสามารถบริหารหรือรักษาสภาพคล่องไว้มากพอและคาดว่างบดุลของบริษัทยังคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติได้อีกด้วย

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

       ปัจจัยบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัทสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่บริษัทสามารถประสบความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นการทำกำไรจนสามารถลดความเสี่ยงด้านเครดิตลงได้ ในขณะที่การปรับลดอันดับเครดิตสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ราคายางธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่งผลทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทอ่อนแอลงเป็นระยะเวลานาน ระดับการก่อหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นของบริษัทก็เป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทด้วยเช่นกัน

 

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA)

อันดับเครดิตองค์กร:       BBB+

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

STA195A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 810 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562   BBB+

STA215A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,455 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564                BBB+

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

       ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

      บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

        ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html