news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: พาณิชย์

MOCอดลย โชตนสากรณพาณิชย์ตั้งเป้าการค้าชายแดน-ผ่านแดนปี 62 แตะ 1.6 ล้านลบ.ขยายตัว 15%

     นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 62 นั้น คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวม 26 หน่วยงานไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เห็นชอบตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 62 แบบท้าทายเหมือนเดิม คือ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เพราะประเมินว่าอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความผันผวนทางอากาศและภัยธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยน มีทิศทางที่จะคลี่คลายลง และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการส่งออกในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งไว้ที่ 8% ด้วย

      ส่วนปัจจัยบวกที่จะส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน เช่น รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า ปรับลดขั้นตอน กฎระเบียบ เอกสารการค้า ทุกภาคส่วนของรัฐมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงสดใส สินค้าไทยยังเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน

      สำหรับ ตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 11 เดือนของปี 61 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 1,277,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.81% แยกเป็น การส่งออก 713,905 ล้านบาท ลดลง 0.39% และนำเข้า 563,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.87% แต่ยังเกินดุลการค้า 150,214 ล้านบาท

      และหากแยกเป็นมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ (มาเลเซีย, สปป.ลาว, เมียนมา และกัมพูชา) มีมูลค่า 1,030,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เป็นการส่งออก 596,799 ล้านบาท ลดลง 0.38% นำเข้า 434,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% แต่ยังเกินดุลการค้า 162,797 ล้านบาท และมูลค่าการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ (สปป.ลาว, เมียนมา และกัมพูชา) 246,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14% เป็นการส่งออก 117,107 ล้านบาทลดลง 0.43% นำเข้า 129,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.51% ขาดดุลการค้า 12,583 ล้านบาท

     ทั้งนี้ หากพิจารณาการค้าชายแดนแยกเป็นรายประเทศ พบว่า การค้ากับมาเลเซียยังครองความเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มีมูลค่า 525,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.84% เป็นการส่งออก 270,385 ล้านบาท ลดลง 6.24% นำเข้า 255,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.62% ตามมาด้วย สปป.ลาว มูลค่า 195,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.35% เป็นการส่งออก 118,545 ล้านบาท ลดลง 0.28% นำเข้า 77,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.33% เมียนมา มูลค่า 170,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.98% เป็นการส่งออก 96,557 ล้านบาท ลดลง 3.23% นำเข้ามูลค่า 80,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.91% และกัมพูชา มูลค่า 132,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% เป็นการส่งออก 111,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.94% นำเข้า 21,065 ล้านบาท ลดลง 2.84%

       ส่วนการค้าผ่านแดน หากดูเป็นรายประเทศ จีนตอนใต้มีสัดส่วนการค้าสูงสุด มีมูลค่า 94,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.24% เป็นการส่งออก 30,622 ล้านบาท ลดลง 4.72% นำเข้า 63,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.40% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 80,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.67% เป็นการส่งออก 34,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.17 ล้านบาท นำเข้า 46,397 ล้านบาท 21.76% และเวียดนาม มูลค่า 71,581 ล้านบาท ลดลง 0.61% เป็นการส่งออก 52,255 ล้านบาท ลดลง 7.92% นำเข้า 19,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.54%

      "แม้จะมีปัจจัยกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กรมฯ ยังมั่นใจว่าการค้าชายแดนและผ่านแดนจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมูลค่าของเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย น่าจะทำได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งปี 61 การค้าชายแดนและผ่านแดนจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แบบท้าทาย คือ 1.5 ล้านล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะได้ทำกันอย่างเต็มที่แล้ว" นายอดุลย์ กล่าว

                              อินโฟเควสท์

พาณิชย์ เผยค้าชายแดน 11 เดือนโต 5.81% ตั้งเป้าปี 62 แตะ 1.6 ล้านลบ.

    กรมการค้าต่างประเทศเผยมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน 11 เดือน มีมูลค่า 1.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.81% มาเลเซียนำโด่งค้าชายสูงสุดด้านการค้าชายแดน ตามด้วยสปป.ลาว เมียนมาและกัมพูชา ส่วนค้าผ่านแดน จีนตอนใต้ที่หนึ่ง ตามด้วยสิงคโปร์และเวียดนาม คาดทั้งปีน่าจะทำได้ 1.4 ล้านล้านบาท ส่วนปี 62 เคาะเป้าแบบท้าทายที่ 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%

      นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 1,277,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.81% แยกเป็นการ ส่งออก 713,905 ล้านบาท ลดลง 0.39% และนำเข้า 563,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.87% เกินดุลการค้า 150,214 ล้านบาท และหากแยกเป็นมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มีมูลค่า 1,030,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เป็นการส่งออก 596,799 ล้านบาท ลดลง 0.38% นำเข้า 434,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% เกินดุลการค้า 162,797 ล้านบาท และมูลค่าการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ 246,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14% เป็นการส่งออก 117,107 ล้านบาทลดลง 0.43% นำเข้า 129,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.51% ขาดดุลการค้า 12,583 ล้านบาท

   ทั้งนี้ หากพิจารณาการค้าชายแดนแยกเป็นรายประเทศ พบว่า การค้ากับมาเลเซียยังครองความเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มีมูลค่า 525,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.84% เป็นการส่งออก 270,385 ล้านบาท ลดลง 6.24%นำเข้า 255,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.62% ตามมาด้วย สปป.ลาว มูลค่า 195,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.35% เป็นการส่งออก 118,545 ล้านบาท ลดลง 0.28% นำเข้า 77,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.33% เมียนมา มูลค่า 170,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.98% เป็นการส่งออก 96,557 ล้านบาท ลดลง 3.23% นำเข้ามูลค่า 80,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.91% และกัมพูชา มูลค่า 132,377ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% เป็นการส่งออก 111,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.94% นำเข้า 21,065 ล้านบาท ลดลง 2.84%

    ส่วนการค้าผ่านแดน หากดูเป็นรายประเทศ จีนตอนใต้มีสัดส่วนการค้าสูงสุด มีมูลค่า 94,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.24% เป็นการส่งออก 30,622 ล้านบาท ลดลง 4.72% นำเข้า 63,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.40% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 80,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.67% เป็นการส่งออก 34,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.17 ล้านบาท นำเข้า 46,397 ล้านบาท 21.76% และเวียดนาม มูลค่า 71,581 ล้านบาท ลดลง 0.61% เป็นการส่งออก 52,255 ล้านบาท ลดลง 7.92% นำเข้า 19,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.54%

       “แม้จะมีปัจจัยกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยกรมฯ ยังมั่นใจว่าการค้าชายแดนและผ่านแดนจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมูลค่าของเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย น่าจะทำได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2561 การค้าชายแดนและผ่านแดนจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แบบท้าทาย คือ 1.5 ล้านล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะได้ทำกันอย่างเต็มที่แล้ว”นายอดุลย์กล่าว

      นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2562 คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ได้นัดประชุมคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวม 26 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยได้เห็นชอบตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2562 แบบท้าทายเหมือนเดิม คือ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เพราะประเมินว่าอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความผันผวนทางอากาศและภัยธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยน มีทิศทางที่จะคลี่คลายลง และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการส่งออกในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งไว้ที่ 8% ด้วย

      ส่วนปัจจัยบวกที่จะส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน เช่น รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า ปรับลดขั้นตอน กฎระเบียบ เอกสารการค้า ทุกภาคส่วนของรัฐมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงสดใส สินค้าไทยยังเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน

กรมการค้าตปท.เตรียมจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนใต้ช่วง 8-10 มี.ค. 62 หวังเจาะตลาดมาเลเซีย

      นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯมีแผนที่จะจัดงาน'มหกรรมการค้าชายแดนใต้' โดยมีกิจกรรมบูรณาการประกอบด้วย การจัดแสดงสินค้าไทย 4 จังหวัดภาคใต้ และมาเลเซีย รวมจำนวน 120 คูหา และยังนำสินค้าดีเด่นจากภาคเหนือลงสู่ใต้ เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเหนือได้รับประสบการณ์การค้า รวมถึงสินค้าจากผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าร่วมเปิดตลาดการค้าเข้าสู่ตลาดมาเลเซีย โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2562 ณ สนามกีฬา อำเภอเมือง สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ภายใต้ Theme ‘การค้าเชื่อมโยงชายแดน 2 แผ่นดิน

      "การจัดงานครั้งนี้ จะช่วยเปิดโอกาสให้กับสินค้าไทยในการเจาะเข้าสู่ตลาดมาเลเซีย เพราะกรมฯ ได้ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เชิญผู้ประกอบการรายสำคัญของมาเลเซียมาร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมในการทำธุรกิจ"

     ทั้งนี้ การจัดงานยังได้จัดให้มีการประชุมสัมมนา/เสวนา เพื่อเชื่อมโอกาสการค้าสองแผ่นดิน การแนะนำความรู้การทำธุรกิจในมาเลเซีย เช่น ร้านอาหาร การจัดคลินิกการค้าชายแดน การจัดนิทรรศการสินค้าดีเด่นของจังหวัดและผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งสินค้าจากจังหวัดทางภาคเหนือ การแสดงของท้องถิ่น โดยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ อาทิ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู อำเภอเมืองสุไหงโก-ลก เทศบาลสุไหงโก-ลก ด่านศุลกากรอำเภอสุไหงโก-ลก สพจ.นราธิวาส หอการค้า/สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส ศอบต.ยะลา สมาพันธ์ฮาลาลฯ สมาพันธ์ SME เป็นต้น

     ปัจจุบันการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด ไทยมีการค้าชายแดนกับมาเลเซียมากที่สุด โดยในช่วง 10 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 476,490 ล้านบาท โดยจังหวัดสงขลา มีการค้าขายมากที่สุด มูลค่ากว่า 469,220 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 98.47 ของการค้าทั้งหมด รองลงมา คือ จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส โดยจังหวัดนราธิวาสยังเป็นหนึ่งใน 2 จังหวัดที่รัฐกำหนดให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากจังหวัดสงขลา และมีมูลค่าการค้าชายแดนปีละไม่ต่ำกว่า 4,310 ล้านบาท

   หากจังหวัดนราธิวาสมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้กระตุ้นการค้าชายแดนมากกว่านี้ และยังเป็นจังหวัดศักยภาพที่มีพื้นที่ติดต่อกับรัฐกลันตันของมาเลเซีย โดยมีจุดผ่านแดนถาวรถึง 3 แห่ง จึงเอื้อต่อการค้าชายแดนและการลงทุน รวมทั้งยังมีสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซียที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาให้เชื่อมโยงกับภูมิภาคได้ ทำให้เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่น่าลงทุน ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้แปรรูป อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ เป็นต้น

  อินโฟเควสท์