news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: แบงก์พาณิชย์

TRIS7 21ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 'ธ. เกียรตินาคิน'เป็น 'A'จาก 'A-'หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 เป็น BBB+’จาก BBB’ แนวโน้ม

 

     ทริสเรทติ้ง ปรับอันดับเครดิตองค์กรของ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ขึ้นเป็นระดับ 'A'จากระดับ 'A-'และปรับอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ขึ้นเป็นระดับ A’ จากระดับ 'A-'และปรับอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของธนาคาร ขึ้นเป็นระดับ BBB+’จากระดับ BBB’ ด้วยแนวโน้ม Stable’หรือ ‘คงที่’ โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นจากการรวมฐานการดำเนินการของธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจธนาคารพาณิชย์ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงความหลากหลายของรายได้โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่ได้มาจากการให้สินเชื่อ และฐานเงินทุนที่มีอยู่อย่างเพียงพอของธนาคาร อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมในระดับค่อนข้างสูง

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

 

แหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย

       สถานะทางธุรกิจของธนาคารเกียรตินาคิน และบริษัทย่อยภายใต้ บริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) (กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร) สะท้อนถึงธุรกิจที่มีความหลากหลาย ประกอบด้วยธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคง ธุรกิจวาณิชธนกิจที่แข็งแกร่ง และธุรกิจ Private Banking ที่มีการเติบโตสูง

      สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 60% และ 40% ตามลำดับของรายได้รวมในปี 2561 ซึ่งโดยรวมแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ไทยอื่นๆ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิมีสัดส่วนค่อนข้างสูงอยู่ที่ระดับ 24.1% ของรายได้รวม

        ทริสเรทติ้ง คาดว่า ธุรกิจสินเชื่อจะคงสัดส่วนต่อรายได้สูงที่สุดในระยะอีกสามปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะมีขนาดค่อนข้างเล็กก็ตาม ณ สิ้นปี 2561 ธนาคารเกียรตินาคิน มีสินทรัพย์รวมใหญ่เป็นอันดับ 9 จากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งสิ้น 11 แห่ง ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดของสินเชื่อ 1.9% และเงินรับฝาก 1.5% ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ระดับ 78% ของรายได้รวม และ 72% ของกำไรสุทธิรวม ในขณะส่วนที่เหลือเป็นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน

       ทริสเรทติ้ง ยังคาดว่า การเกื้อหนุนระหว่างธุรกิจในกลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นยังคงมุ่งเน้นความร่วมมือในการให้บริการ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และการรวมฐานการดำเนินงานจะเพิ่มสัดส่วนของของรายได้และกำไรจากธุรกิจนอกเหนือจากธุรกิจสินเชื่อต่อไปได้ในอนาคต ถึงแม้ว่าจะมีความเชื่อมโยงต่อความผันผวนของธุรกิจตลาดทุนสูงก็ตาม

 

เพิ่มความหลากหลายนอกเหนือจากธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

       ธนาคารเกียรตินาคินมุ่งเน้นการกระจายการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าวาณิชย์ธนกิจ รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ในปี 2561 สินเชื่อรวมเติบโตในระดับ 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อ สินเชื่อที่มีอัตราเติบโตสูงประกอบด้วยสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่ระดับ 24% และ 10% ตามลำดับ ในทางกลับกัน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เติบโตในระดับที่ช้ากว่าที่ระดับ 4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากหดตัวในปี 2560 ส่งผลให้สัดส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ต่อสินเชื่อรวมลดลงอยู่ที่ระดับ 47% ณ สิ้นปี 2561 จาก 54% ในปีก่อนหน้า

     ในขณะเดียวกัน สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2561 จาก 8% ในปีก่อนหน้า สัดส่วนของสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 24% จาก 23% เช่นเดียวกัน โดยประกอบด้วยสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

เงินกองทุนเพียงพอ

       ทริสเรทติ้ง ประมาณการอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ในระดับ 13%-14% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า เพียงพอต่อการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ลดลงสู่ระดับ 13.56% ณ สิ้นปี 2561 จาก 14.61% ณ สิ้นปี 2560 เนื่องจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อสูงที่ระดับ 18.5% และอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงที่ระดับ 70% การปรับอันดับเครดิตขึ้นนั้นได้สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อและอัตราการจ่ายเงินปันผลจะอยู่ในระดับสูงเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยการประมาณการใช้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 60% อัตราการเติบโตของสินเชื่อในระดับ 6%-8% ในขณะที่เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นสัดส่วน 79% ของเงินกองทุนรวม ณ สิ้นปี 2561 สะท้อนถึงคุณภาพของเงินกองทุนในระดับปานกลาง

 

ผลกำไรที่ดีสนับสนุนการเพิ่มฐานทุน

       ความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งสนับสนุนการเพิ่มฐานทุนของกลุ่ม อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยที่ระดับ 2.1% ในปี 2561 อยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงที่สุดในอุตสาหกรรม อัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิหลังจากหักต้นทุนทางเครดิต อยู่ที่ระดับ 3.8% ในปี 2561 ก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2.1% เช่นเดียวกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทริสเรทติ้งประมาณการอัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิหลังจากหักต้นทุนทางเครดิตจะอยู่ที่ระดับ 3.5%-3.6% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ภายใต้สมมติฐานว่าอัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิที่สูงขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะหักล้างจากอัตรากำไรจากดอกเบี้ยที่ลดลงจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และต้นทุนทางเครดิตไม่ได้เพิ่มขึ้นมากจากระดับปัจจุบัน โดยเชื่อว่าเมื่อพิจารณาร่วมกับที่มาของผลกำไรที่หลากหลาย ธนาคารมีความสามารถในการทำกำไรอย่างเพียงพอที่จะรองรับสภาวะความผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจได้

 

ความคืบหน้าจากการพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ไปในทางที่ดีขึ้น

        ในความเห็นของทริสเรทติ้ง ธนาคารเกียรตินาคินยังคงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์จากสินเชื่อคงค้างเดิม ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของกลุ่มในเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้พยายามแก้ปัญหาหนี้เสียคงค้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ของกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เดิม และในขณะเดียวกันก็ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือทางเครดิตสูงขึ้น ทั้งนี้ พอร์ตสินเชื่อที่กระจายตัวมากขึ้นซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยที่มีความหลากหลายจะมีส่วนช่วยจำกัดความเสี่ยงทางเครดิตในอนาคตได้

       ต้นทุนทางเครดิตโดยรวม อยู่ที่ระดับ 1.04% ในปี 2561 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาแต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทย อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ไม่รวมส่วนของธุรกิจบริหารหนี้ ก็ลดลงเหลือ 3.9% ณ สิ้นปี 2561 จาก 4.7% ณ สิ้นปี 2560 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ระดับ 3.6% อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและธุรกิจก่อสร้างลดลงมาที่ระดับ 13.6% ณ สิ้นปี 2561 จาก 21.4% ในปีก่อน โดยมีมูลค่ารวมของหนี้เสียลดลง ซึ่งหนี้ที่มีปัญหาเหล่านี้เป็นหนี้มูลค่าขนาดใหญ่ที่มีหลักประกันให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่กี่ราย

 

มีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมสูง

       แหล่งเงินทุนของธนาคารเกียรตินาคินสะท้อนถึงแหล่งเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดเล็กซึ่งมีสัดส่วนของฐานเงินฝากรายย่อยที่ค่อนข้างน้อย และมีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมในระดับสูง สัดส่วนของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (Current Account and Savings Account – CASA) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนถึงแหล่งเงินทุนที่มีความมั่นคงสูงอยู่ที่ระดับ 38 % ณ สิ้นปี 2561 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ระดับประมาณ 60% ธนาคารมีเงินกู้ยืมอยู่ที่ระดับ 20% ของแหล่งเงินทุนรวม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 5% อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินก็อยู่ในระดับสูงที่ 125%

      อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของเงินฝากประจำและการลดลงของเงินกู้ยืมในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่แล้วมาจากการปฏิบัติตามเกณฑ์การดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (Net Stable Funding Ratio -- NSFR) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการบริหารต้นทุนทางการเงิน

      ธนาคารพยายามสร้างฐานบัญชี CASA จากกลุ่มลูกค้ารายย่อยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเสริมสถานะเงินทุน ยกตัวอย่างเช่น การนำเสนอบัญชีเพื่อเงินฝากที่ใช้ในการซื้อขายหลักทรัพย์และกองทุนสำหรับลูกค้าธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (KKPSS) และการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝาก CASA และบริการบริหารเงินสดให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ

 

สภาพคล่องเพียงพอ

       ธนาคารเกียรตินาคินมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) อยู่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดเล็กที่ 158% และค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ 183% ตามตัวเลขของ ธปท. อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินและเงินกู้ยืมระหว่างธนาคารอยู่ที่ระดับ 30.4% ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ไทยอื่นๆ

 

อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามหลักเกณฑ์ Basel III

      อันดับเครดิต 'BBB+' สำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 (KK25DA) สะท้อนความเสี่ยงในการด้อยสิทธิและความเสี่ยงในการไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไขการรองรับผลขาดทุนเมื่อธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ตราสารดังกล่าวมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ Basel III และเป็นไปตามเกณฑ์ของ ธปท. เพื่อนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตราสารประเภทนี้มีลักษณะด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ไม่สามารถเลื่อนการชำระดอกเบี้ย และไม่สามารถแปลงสภาพได้ ธนาคารสามารถไถ่ถอนตราสารคืนทั้งจำนวนก่อนวันครบกำหนดได้ภายหลังระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ออกตราสารและได้รับความเห็นชอบจาก ธปท. โดยผู้ถือตราสารประเภทนี้มีสิทธิที่ด้อยกว่าผู้ฝากเงินและผู้ถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของธนาคาร ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวสามารถตัดเป็นหนี้สูญได้ ในกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณาเห็นว่าธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ธนาคาร ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ระบุไว้

 

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

สมมติฐานที่ใช้ระหว่างปี 2562-2564

•             อัตราการเติบโตของสินเชื่อ: 6%-8%

•             ต้นทุนทางเครดิต: 1.1%-1.2%

•             อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม: 3.0%-3.8%

•             อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1: 13.7%-14.0%

•             อัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิหลังจากหักต้นทุนทางเครดิต: 3.7%-3.8%

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

        แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable'หรือ 'คงที่'สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าธนาคารเกียรตินาคินจะคงเพิ่มความแข็งแกร่งของเงินกองทุน พัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ และเพิ่มการเกื้อหนุนกับธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งจะนำไปสู่ผลการดำเนินงานและสถานะทางเครดิตที่ดีขึ้น

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

      การปรับอันดับเครดิตขึ้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถของธนาคารเกียรตินาคินในการขยายธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และ/หรือเพิ่มความสามารถในการระดมเงินจากแหล่งเงินทุนที่มีความมั่นคงได้ อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากเงินกองทุนอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง และ/หรือความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่เสื่อมถอยลง หรือมีรายการขาดทุนขนาดใหญ่ที่ไม่ได้คาดหมายจากธุรกิจตลาดทุน

 

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการในการจัดอันดับเครดิตธนาคารพาณิชย์, 30 มีนาคม 2560

ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KK)

อันดับเครดิตองค์กร:             A

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

KK202A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563      A

KK203A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563      A

KK25DA: หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568         BBB+

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

         บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

        ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

3

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

sme 720x90

banpu 720x90 new1 1